ดีกว่าบรอกโคลีเสียอีก! หมอไต้หวันแนะนำ "ผักชนิดนี้" ช่วยสลายไขมันพอกตับได้

ดีกว่าบรอกโคลีเสียอีก! หมอไต้หวันแนะนำ "ผักชนิดนี้" ช่วยสลายไขมันพอกตับได้

ดีกว่าบรอกโคลีเสียอีก! หมอไต้หวันแนะนำ "ผักชนิดนี้" ช่วยสลายไขมันพอกตับได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เด็ดกว่าบรอกโคลี! แพทย์ไต้หวันแนะ "ต้นอ่อนบรอกโคลี" สำหรับการกำจัดไขมันพอกตับ

ภาวะไขมันพอกตับถือเป็นภัยเงียบของคนยุคใหม่ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า อาจลุกลามกลายเป็นตับแข็ง พังผืดในตับ หรือพัฒนากลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม นพ.หลี ซื่อเสียน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากไต้หวัน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ภาวะนี้สามารถผันกลับมาเป็นปกติได้ ด้วยการรับประทาน "ต้นอ่อนบรอกโคลี" (Broccoli Sprouts)

หมอหลีระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการรักษาไขมันพอกตับต้องเริ่มจากการอดของทอดหรือลดน้ำมันเท่านั้น แต่จากประสบการณ์ในคลินิกพบว่า ผู้ป่วยที่สามารถเปลี่ยนผลตรวจอัลตราซาวนด์ตับจาก "ไขมันพอกตับระยะเริ่มต้น" กลับมาเป็น "ปกติ" ได้ นอกจากการลดน้ำตาลแล้ว สิ่งสำคัญคือการเพิ่มการรับประทาน "ใยอาหาร" หรือไฟเบอร์เข้าไปในมื้ออาหารประจำวัน

ไฟเบอร์ช่วยลดไขมันพอกตับได้อย่างไร?

แม้จะฟังดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เมื่อใยอาหารเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่และถูกแบคทีเรียย่อยสลาย จะเกิดเป็นกรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และลดการดูดซึมกรดไขมันจากลำไส้เข้าสู่ตับ จึงช่วยลดการสังเคราะห์และการสะสมไขมันในเซลล์ตับได้ตั้งแต่ต้นทาง

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าการเสริมไฟเบอร์วันละ 12–24 กรัม ช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ น้ำหนักตัว คอเลสเตอรอลรวม และปรับปรุงค่าการทำงานของตับ (AST) ให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เตือนคนตัวผอม! ไขมันพอกตับไม่ใช่เรื่องของคนอ้วน

หมอหลียังย้ำเตือนว่า ไขมันพอกตับไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนน้ำหนักเกินเท่านั้น ในคลินิกพบผู้ป่วยที่มีค่า BMI ปกติ หรือรูปร่างผอม แต่เมื่อตรวจอัลตราซาวนด์กลับพบไขมันพอกตับเกินมาตรฐานเช่นกัน โดยสถิติในทวีปเอเชียพบผู้ป่วยไขมันพอกตับที่เป็น "คนผอม" สูงถึง 11.7% ขณะที่อเมริกาเหนือสูงเกือบ 45% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัจจัยตัดสินไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่อยู่ที่รูปแบบการสะสมของไขมันช่องท้อง

iStockphoto

ทำไม "ต้นอ่อนบรอกโคลี" ถึงดีกว่าบรอกโคลี?

หมอหลียกให้ต้นอ่อนบรอกโคลีป็น "ไฟเบอร์เชิงฟังก์ชัน" เนื่องจากมีสารสำคัญอย่าง ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีปริมาณเข้มข้นกว่าบรอกโคลีต้นโตเต็มวัยถึงหลายสิบเท่า

สารซัลโฟราเฟนมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบต้านอนุมูลอิสระ Nrf2 ในร่างกาย ให้ผลิตเอนไซม์ขจัดสารพิษและต้านอนุมูลอิสระออกมาช่วยตับขจัดความเครียดจากออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ไขมันพอกตับพัฒนากลายเป็นตับอักเสบและพังผืด โดยมีงานวิจัยยืนยันว่าการรับประทานสารสกัดซัลโฟราเฟนต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ช่วยลดค่าการทำงานของตับ (ALT และ γ-GTP) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปแนวทางการดูแลสุขภาพตับ

ต้นอ่อนบรอกโคลีไม่ใช่ยารักษาโรคที่จะทำให้ไขมันพอกตับหายไปในข้ามคืน แต่การนำมาปรับเข้ากับมื้ออาหารประจำวัน ถือเป็นทางเลือกธรรมชาติที่ย่อยง่ายและมีงานวิจัยรองรับ สำหรับใครที่มีผลตรวจสุขภาพระบุว่ามีภาวะไขมันพอกตับ ไม่ว่าจะรูปร่างอ้วนหรือผอม การเพิ่มปริมาณไฟเบอร์และทานต้นอ่อนบรอกโคลีถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการฟื้นฟูสุขภาพตับให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล